7 เทคนิคสร้างสมดุลชีวิต (Work-Life Balance)​

ทุกวันนี้การตามหาสมดุลในชีวิต (work-life balance) ดูจะเป็นเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกใจเลยที่พวกเรามักต้องยุ่งวุ่งวายกับการทำงานหนัก จัดการความสัมพันธ์ และความรับผิดชอบต่อครอบครัว หลายคนมักจะบอกว่าตัวเองนั้น “เครียดมาก” ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า ความเครียดสะสมจากการทำงานตลอดทั้งวันนั้นสามารถทำลายความสัมพันธ์ สุขภาพ และความสุขทั้งหมดของเราได้ 

 

การมีสมดุลในชีวิต (work-life balance)

มีความหมายที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่นี่คือ 7 เทคนิคในการสร้างสมดุลให้ชีวิต 

 

1. จัดลำดับความสำคัญของงานถ้าหากคุณมีรายการสิ่งที่ต้องทำเป็นจำนวนมาก วิธีเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการจัดเรียงลำดับความสำคัญของงานเหล่านั้นแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ เร่งด่วนและสำคัญ สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ 

 

2. ใช้เวลาที่ทำงานให้มีประสิทธิภาพเมื่อคุณต้องเผชิญกับงานโปรเจกต์ใหญ่ที่ทำงาน หรือที่บ้าน หยุดผัดวันประกันพรุ่ง และเริ่มแบ่งงานนั้นออกเป็นงานย่อย จากนั้นค่อย ๆ ทำให้เสร็จไปทีละงาน ให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างเมื่อทำงานแต่ละชิ้นสำเร็จ เช่น พักเบรก 5 นาที หรือดื่มชาแก้วหนึ่ง บอกเจ้านายของคุณทุกครั้งเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกไม่ไหวกับงานหลายอย่างที่ไม่มีความจำเป็น 

 

3. ออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายเป็นการลดความเครียด และช่วยสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้กับร่างกายของคุณ ช่วยปรับสภาพอารมณ์ ควรทานอาหารดี ๆ รวมไปถึงนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่าพึ่งพาสารเสพติด สุรา หรือบุหรี่ในการจัดการกับความเครียด ซึ่งอาจจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้น

 

4. จำกัดเวลาสำหรับกิจกรรมที่ไม่คุ้มค่า อย่างแรก หาให้เจอว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของคุณคืออะไร จากนั้นทุ่มเทช่วงเวลาที่มีคุณภาพไปให้กับบุคคล และกิจกรรมที่สำคัญมากที่สุด หลีกเลี่ยงกิจกรรมอะไรก็ตามที่ทำให้เสียเวลา เช่น นั่งเล่นโซเชียลมีเดียไปเรื่อย ๆ จากนั้นคุณถึงจะสามารถตัดสิ่งที่ไม่สำคัญ และบุคคลที่ไม่สำคัญออกไปจากตารางชีวิตของคุณ 

 

5. มีความยืดหยุ่น ช่วงเวลาที่ยืดหยุ่น และการสื่อสารทางไกลที่ง่ายดายเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับโลกธุรกิจในปัจจุบัน ถ้าหากคุณลองขออนุญาต บริษัทอาจจะอนุญาตให้คุณทำงานช่วงเวลาใดก็ได้ หรือทำงานที่บ้านเป็นบางวัน หรือบางสัปดาห์ จากงานวิจัยพบว่า พนักงานที่กำหนดเวลาทำงานเอง มีความ Productivity ในการทำงาน และมีความซื่อสัตย์ต่อนายจ้างมากกว่า 

 

6. ทำสิ่งที่คุณชอบจัดเวลาในการทำสิ่งที่คุณชอบ นอกเหนือไปจากการทำงานบ้าง มันจะช่วยเพิ่มความสามารถ และทำให้คุณรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ช่วยให้คุณได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อเจ้าของธุรกิจทุกคน 

 

7. หาวันหยุดลาพักผ่อน อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนหลังจากที่ทำงานมาทั้งวัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่นายจ้างหลายคนแนะนำมาก การพักเบรกช่วงสั้น ๆ ในที่ทำงานจะช่วยทำให้สมองของคุณโล่งขึ้น เพิ่มความสามารถ และความ Productivity ในการจัดการกับความเครียด และตัดสินใจได้ดีขึ้น พยายามหาเวลาว่างให้ตัวเองตอนพักกลางวัน ลุกขึ้นยืน และยืดทุก 15 นาทีเพื่อให้จิตใจโล่งสบาย และมีความ Productivity เพิ่มมากขึ้น การพักผ่อนในวันหยุดเองก็สำคัญด้วยเช่นกัน หาเวลาพักผ่อนวันหยุดอย่างน้อยทุก 3 เดือน แม้จะเป็นช่วงวันหยุดยาวทุกไตรมาสก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย 

หลังจากได้อ่านบทความที่น่าสนใจแล้วถ้าหากคุณต้องการความรู้เรื่อง หลักสูตรการพัฒนาตนเอง หรือ หลักสูตรภาวะผู้นำ leadership สามารถติดต่อเราได้ที่ www.narettraining.com

 

​Sources
https://www.mentalhealthamerica.net/work-life-balance
https://www.roche.com/careers/country/india/service/folder/20_tips_for_maintain.htm
https://www.forbes.com/sites/deborahlee/2014/10/20/6-tips-for-better-work-life-balance/#2830ffa29ff5

11-narettraining_com-AMM_NICHA

Copyright © 2020 Naret training All Rights Reserved

DESIGN by

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

ชื่อ

This field is required.

ขอบคุณครับ

ข้อความถูกส่งเรียบร้อยแล้ว

เบอร์โทรศัพท์

This field is required.

อีเมล

This field is required.

ข้อความ

This field is required.

ชื่อ

This field is required.

ขอบคุณครับ

ข้อความถูกส่งเรียบร้อยแล้ว

เบอร์โทรศัพท์

This field is required.

อีเมล

This field is required.

ข้อความ

This field is required.

“สิ่งที่คุณทำในวันนี้
มันสำคัญมากต่อชีวิตคุณ”​

ผศ.ดร. นเรศ ล้วนไพรินทร์​...

โทรหาเรา คลิก!